Somprasong 4

:: Church of Christ :: คริสตจักรของพระคริสต์ สมประสงค์ 4 ::

 

New Document
วันที่ 18 พฤษภาคม 2008
ความเป็นมา ::
ผู้รับใช้ ::
สมุดเยี่ยม ::
กระดานสนทนา ::
เชื่อมโยง ::
FAQs ::


New Document
คำอธิษฐาน
:: แจ้งคำอธิษฐาน ::
ข้อพระคัมภีร์ประจำวัน
"ถ้าท่านทั้งหลายเข้าสนิทอยู่ในเรา และถ้อยคำของเราฝังอยู่ในท่านแล้ว ท่านจะขอสิ่งใดซึ่งท่านปรารถนาก็จะได้สิ่งนั้น"
โยฮัน 15:7
กำหนดการนมัสการ
· วันอาทิตย์
นมัสการภาคเช้า
09:00 น.
ชั้นเรียนพระคัมภีร์
11:00 น.
นมัสการภาคเย็น
17:00 น.
· วันพุธ
ชั้นเรียนพระคัมภีร์
18:00 น.
:: ตารางจัดดอกไม้ประจำปี ::
สถิติสัปดาห์ที่ผ่านมา
· ผู้มานมัสการภาคเช้า
150 |103
· ผู้มานมัสการภาคเย็น
100 |68
:: แสดงสถิติ ::
สถิติผู้รับบัพติศมา
ประจำปี 2008
· ผู้รับบัพติศมา      2
:: แสดงผู้รับบัพติศมา ::
สภาพอากาศวันนี้
 
  
เยี่ยมเยียนพี่น้อง จ.ตราด 18 ก.ย. 2004
 
 
 
คลิ๊กที่รูปเพื่อดูรูปใหญ่
  
คลิ๊กที่รูปเพื่อดูรูปใหญ่
  
คลิ๊กที่รูปเพื่อดูรูปใหญ่
  
คลิ๊กที่รูปเพื่อดูรูปใหญ่
  
คลิ๊กที่รูปเพื่อดูรูปใหญ่
  
คลิ๊กที่รูปเพื่อดูรูปใหญ่
  
คลิ๊กที่รูปเพื่อดูรูปใหญ่
  
คลิ๊กที่รูปเพื่อดูรูปใหญ่
  
คลิ๊กที่รูปเพื่อดูรูปใหญ่
  
คลิ๊กที่รูปเพื่อดูรูปใหญ่
  
 
 
รายงานการเยี่ยมเยียนพี่น้องของอนุชน
 
โดย...อนุชนสมประสงค์ 4
 
         คณะอนุชนได้จัดโปรแกรมออกเยี่ยมเยียนพี่น้องขึ้นอีกครั้งหนึ่งในวันที่ 18 กันยายน ที่ผ่านมาโดยการนำของพี่เสมอ โดยครั้งนี้พวกเราได้เดินทางไปเยี่ยมพี่เอรียา ที่อ.ขลุง จ.ตราด คณะของพวกเราประกอบด้วย... พี่เสมอ ต้น จารึก ปีย์ แอนนี่ ก้อย และคุณสมชาย แต่ยังไม่หมดเพียงเท่านี้ เรายังแวะรับพี่น้องอีกสองท่านระหว่างทางคือ พี่บี(ประภารัชฎ์) ที่จ.ชลบุรี และพี่ป้อม ที่จ.จันทบุรีเพื่อร่วมเดินทางไปกับเราด้วย
 
         เราตั้งใจกันเอาไว้ว่าจะไปให้ถึงที่หมายให้พอดีในตอนเช้า จึงเริ่มออกเดินทางจากบ้านเลขที่ 26 ของเรา ในเวลา 23.00 น. ของวันที่ 17 กันยายน ฝ่าสายฝนที่ตกหนักมากๆไปรับพี่บี(ประภารัชฏ์)ตามที่นัดหมายไว้ และแวะพักทานข้าวต้มตอนตีสอง ซึ่งในขณะนั้นฝนเริ่มซาลงบ้างแล้ว ขอบพระคุณพระเจ้าสำหรับความปลอดภัย
 
         ที่หมายต่อไปคือ อ.เขาสอยดาว จ.จันทบุรี พี่ป้อมรอเราอยู่ที่นั่นจนรถเราเลี้ยวเข้าไปถึงเป็นเวลาประมาณตี 5 หลังจากนั้นเราใช้เวลาอีกร่วมสามชั่วโมง เพื่อเดินทางต่อไปยังจุดหมายหลักที่ อ.ขลุง ซึ่งพี่เอรียารอเราอยู่ หลังจากได้ทักทายและพูดคุยสนทนากับพี่เอรียา บ้างก็ยืดเส้นยืดสายหลังจากนั่งในรถมาหลายชั่วโมง บ้างก็พักผ่อนตามอัธยาศัย จากนั้นเราก็จัดแจงหมายมั่นปั้นมือให้เจ้าบ้านช่วย เป็นไกด์กิตติมศักดิ์พาพวกเราไปเที่ยวชมจังหวัดตราดเสียหน่อย กระนั้นพวกเราก็ไม่ประมาทที่จะขอข้อมูลจากองค์กรของรัฐที่เรียกว่า "ท.ท.ท." งานนี้ขอบคุณการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยอย่างแรงค่ะ
 
         จุดหมายแรกคือชายหาดที่แสนสงบและสวยงาม แต่ก่อนจะบอกชื่อเราไปรู้จักกับหมู่บ้านก่อนเข้าหาดกันก่อนนะคะ ที่นั่นเป็นหมู่บ้านชาวประมงซึ่งพวกเราก็มีโอกาสได้พบกับไกด์พิเศษเป็นหนุ่มน้อย ผิวเข้มทายาทชาวประมง ชื่อ "น้องจอห์น" ซึ่งพาพวกเราเดินชมวีถีชีวิตของชาวบ้านตลอดเส้นทาง ริมหาดเป็นระยะทางกว่า 500 เมตร น้องจอห์นบอกพวกเราว่า ชายหาดนี้มีชื่อเรียกอยู่ด้วยกันสองชื่อ คือ "หาดไม้รูด" และ "หาดสำราญ" ซึ่งเป็นข้อมูลเดียวกันกับที่เราอ่านพบในเอกสารที่ทาง ท.ท.ท. ได้กรุณาแฟ็กซ์มาให้ที่คริสตจักรฯก่อนหน้านี้ หลังจากขอบคุณและล่ำลาไกด์ตัวน้อยของเราแล้ว พวกเราก็เดินทางต่อไปยังหาดบานชื่นหรือหาดมะโร (สังเกตว่าสถานที่ท่องเที่ยวในประเทศไทยมักมีสองชื่อ) หาดนี้ก็เป็นอีกหาดหนึ่งที่สงบและสวยงาม แต่ก็มีจุดเด่นและแตกต่างตรงที่ได้รับการขนานนามว่า เป็นหาดทรายที่มีเม็ดทรายละเอียดที่สุดในโลก (เชื่อว่าถ้าใครได้ไปยืนตรงนั้นแล้วอ่านพบข้อความนี้ก็คงต้องทำเหมือนพวกเรา คือ ร้อง "โอ้โห!" จากนั้นก้มลงมองเม็ดทรายใต้รองเท้า แล้วไล่สายตาไปตลอดชายหาด หากอยากรู้ว่าละเอียดขนาดไหน ไปดูกันเองนะคะ)
 
         จากนั้นพวกเราได้ใช้เวลาศึกษาพระคำของพระเจ้าโดยการนำของพี่เสมอ ในหัวข้อ "การเยี่ยมเยียนพี่น้องดีอย่างไร?" ซึ่งพี่เสมอก็ได้ยกตัวอย่างของท่านเปาโลกับท่านโยฮัน แล้วเปิดโอกาสให้พวกเราได้แบ่งปันและแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกัน พวกเราทุกคนมีความคิดเห็นที่คล้ายกันว่า "การเยี่ยมเยียนเป็นการสร้างสายสัมพันธ์และหนุนน้ำใจซึ่งกันและกัน อีกทั้งทำให้พวกเราได้รู้จักกันมากขึ้น" ซึ่งในครั้งนี้พวกเราได้รู้จักพี่เอรียามากขึ้น ได้เห็นถึงวิถีชีวิตและแบบอย่างที่ดีในการดำเนินชีวิตตามน้ำพระทัยของพระเจ้า นอกจากนี้แล้วพี่บี(ประภารัชฏ์)และพี่ป้อมก็พลอยได้รับการหนุนน้ำใจไปพร้อมๆกันด้วย นับว่าการเดินทางไปเยี่ยมเยียนพี่น้องครั้งนี้คุ้มสุดคุ้มเลยค่ะ
 
         มื้อกลางวันของพวกเราไปสรุปกันที่ชายแดนไทย-กัมพูชา ณ บ้านหาดเล็ก อ.คลองใหญ่ แถมยังได้ซื้อของติดไม้ติดมือกันมาด้วย และแล้วก็ถึงเวลาต้องเดินทางกลับกันแล้ว แต่ก็อดแวะดูอะไรสวยๆ งามๆ ระหว่างทางกลับกันไม่ได้ พวกเราจอดรถแวะในบริเวณที่ได้ชื่อว่าเป็น "แผ่นดินส่วนที่แคบที่สุดในประเทศไทย" บ้านโขดทราย อ.คลองใหญ่ จ.ตราด ซึ่งมีความกว้างเพียง 450 เมตร อดไม่ได้ที่จะต้องสรรเสริญพระเจ้าในใจกับฝีพระหัตถ์ของพระองค์
 
         แม้กายจะเหนื่อยล้าแต่จิตใจยังแช่มชื่น ก็นับว่าคุ้มเหลือเกิน ต้องขอขอบคุณพี่เสมอและต้นที่สลับเปลี่ยนผลัดกันขับรถให้พวกเราได้นั่งกันอย่างสบาย (หรือบ้างก็นอนสบาย) ถึงแม้ว่าฝนจะตกสลับหนัก-เบาตลอดการเดินทางกลับแต่พวกเราก็มาถึงกรุงเทพฯกันด้วยความปลอดภัย ขอบพระคุณพระเจ้าสำหรับความปลอดภัยและสำหรับทุกสิ่งตลอดการเดินทาง ขอบคุณคริสตจักรฯและพี่น้องทุกท่าน ที่ได้หนุนน้ำใจและให้การสนับสนุนการเดินทางในครั้งนี้ ขอพระเจ้าทรงอวยพระพรทุกท่าน
 
 
YOU ARE VISITOR NO ::


Since July 29, 2002


 
Copyright © 2002 Somprasong 4 Church of Christ - All rights reserved -
26 Petchaburi 17 Bangkok 10400 Thailand Tel: 66-0-2252-8621, 66-0-2255-2133 Fax: 66-0-2255-2134